คู่มือ

เริ่มต้นใช้ CEOsofts ERP อย่างไร

คู่มือทีละขั้นตอน: สมัคร ตั้งค่าบริษัท แล้วทำขายและจัดซื้อครบวงจร — รวมถึงผู้ใช้ สต็อก บัญชี และ HR

CEOsofts คืออะไร

CEOsofts คือ ERP บนคลาวด์สำหรับ SME ไทย — ขาย สต็อก บัญชี และเงินเดือนในระบบเดียว

  • ทุกแพ็กมีครบทุกโมดูล
  • เลือกรูปแบบโฮสต์: subdomain บนคลาวด์เรา, โดเมนของคุณบนคลาวด์เรา หรือติดตั้งส่วนตัวแบบ lifetime
  • ทดลองใช้ประมาณ 180 วัน (ดูข้อเสนอปัจจุบันที่หน้า pricing)

1. สมัครใช้บริการบัญชีออนไลน์

เป้าหมาย: สร้าง workspace บริษัทและบัญชีแอดมิน เพื่อใช้ CEOsofts ออนไลน์

ก่อนสมัคร

  1. เตรียมชื่อบริษัทและอีเมลแอดมินที่เข้าถึงได้จริง
  2. ถ้าต้องการ subdomain ตั้งชื่อสั้น ๆ ภาษาอังกฤษ (ตัวอักษร/ตัวเลขเท่านั้น) เช่น myco
  3. ถ้าใช้โดเมนตัวเอง ต้องมีสิทธิ์แก้ DNS ภายหลัง — เริ่มใช้ก่อนแล้วยืนยัน DNS ทีหลังได้
  4. สมัครผ่าน www.ceosofts.com (ไซต์เดียวกับที่เปิดอยู่ตอนนี้)

ขั้นตอนสมัคร

  1. เปิดหน้า Pricing เลือกแพ็ก (Subdomain Cloud หรือ Custom Domain Cloud) แล้วกดเริ่มต้นใช้งาน
  2. ขั้นตอนในวิซาร์ด: แพ็ก → บริษัท → บัญชีผู้ใช้ → Workspace → ยืนยัน
  3. บริษัท: ชื่อบริษัท (จำเป็น) เบอร์โทร (ไม่บังคับ)
  4. บัญชี: ชื่อแอดมิน อีเมล รหัสผ่าน — ผู้ใช้นี้เป็น Super Admin
  5. Workspace: เลือก subdomain (เช่น myco.ceosofts.com) หรือโดเมนตัวเอง ตามแพ็ก
  6. ยอมรับเงื่อนไข / นโยบายความเป็นส่วนตัว (PDPA) แล้วเริ่มทดลองใช้
  7. ระบบจะพาไปแดชบอร์ด (หรือหน้าแนะนำ DNS ถ้าเลือกโดเมนตัวเอง — ข้ามแล้วยืนยันทีหลังได้)

สิ่งที่ระบบสร้างให้อัตโนมัติ

  • ผังบัญชี หน่วยนับ หมวดสินค้า คลัง และบัญชีภาษีที่ผูกไว้
  • แผนก/ตำแหน่งตัวอย่าง และหมวดค่าใช้จ่าย สำหรับ HR และค่าใช้จ่าย
  • ยังไม่สร้าง: ลูกค้า ผู้ขาย สินค้า ยอดสต็อก หรืองวดบัญชี — ให้เพิ่มในขั้นตอนถัดไป

ไปหน้า Pricing

2. สร้าง / ตั้งค่าข้อมูลบริษัท

ทำก่อนลงเอกสารจริง — ภาษีและงวดบัญชีมีผลต่อใบแจ้งหนี้และสมุดรายวัน

ตั้งค่าบริษัท

Admin → ตั้งค่าบริษัท

  1. กรอกชื่อบริษัท ประเภทนิติบุคคล อีเมล โทร ที่อยู่ และโลโก้
  2. ใส่เลขผู้เสียภาษี (13 หลัก) และรหัสสาขาภาษี (6 หลัก; สำนักงานใหญ่มักเป็น 000000)
  3. ตั้งสกุลเงิน (มักเป็น THB) เดือนเริ่มปีบัญชี และการปัดเศษ
  4. VAT: จด VAT หรือไม่ อัตรา (ค่าเริ่มต้น 7%) และราคารวม VAT หรือไม่
  5. ไม่บังคับ: ชื่อแสดงผล สีแบรนด์ อีเมลซัพพอร์ต

งวดบัญชี

Admin → งวดบัญชี — สร้างและเปิดงวดรายเดือนก่อนลงสมุดรายวันและเอกสารหลายประเภท

ตรวจข้อมูลพื้นฐานที่ระบบใส่ให้

  • บัญชี → Chart of Accounts — ปรับถ้าผังบัญชีต่างจากของบริษัท
  • สต็อก → Units / Item Categories / Warehouses — มีให้อยู่แล้ว เพิ่มได้ตามต้องการ
  • Admin → Departments / Positions — สำหรับ HR ภายหลัง

3. การสร้างใบเสนอราคา (และเอกสารขายต่อเนื่อง)

เริ่มที่ใบเสนอราคาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องสร้างข้อมูลพื้นฐานก่อน แล้วตามสายเอกสาร

เริ่มที่นี่ (สิ่งที่ต้องมีก่อน)

  1. สต็อก → Items — สร้างสินค้า/บริการ (ผูกหน่วยนับ + หมวด) สินค้าบริการอาจไม่ต้องมีสต็อกในคลัง
  2. สินค้ามีสต็อก: ใส่ยอดเข้าคลังผ่าน สต็อก → Add Inventory Receipt หรือรับของจากใบสั่งซื้อภายหลัง
  3. Sales → Customers — สร้างลูกค้าที่จะเสนอราคา
  4. ตรวจตั้งค่า VAT ของบริษัท และมีงวดบัญชีที่เปิดอยู่

สายเอกสาร

  1. Sales → Sales Quotations — สร้าง QT ระบุลูกค้า วันที่ รายการ (สินค้า จำนวน ราคา ภาษี/ส่วนลด) สถานะ: draft → ส่ง → ตอบรับ
  2. เมื่อตอบรับแล้ว: Convert เป็น Sales Order QT จะเป็น converted
  3. Sales → Sales Orders — Approve (Confirmed) ถ้ากำหนดมัดจำ ให้ทำมัดจำให้ครบ
  4. Sales → Deliveries — สร้างจาก SO ระบุคลังในรายการสต็อก Ready → Ship
  5. Sales → Invoices — สร้างจาก delivery และ/หรือ SO แล้ว Post
  6. Sales → Payment Recording และ/หรือ Receipts — บันทึกและ post การรับชำระตามใบแจ้งหนี้
  7. ทางเลือก: Credit Notes, Backorder Queue สำหรับจำนวนที่ยังส่งไม่ครบ

ขายเงินสด (ทางลัด)

สำหรับอาหารตามสั่ง กาแฟ และการขายหน้าร้านแบบรับเงินทันที ใช้ Sales → Cash Sales (ดูหัวข้อ 7) — ไม่ต้องผ่าน QT → SO

ลำดับสถานะโดยทั่วไป

QT: draft → sent → accepted → converted · SO: draft → approved · Delivery: draft → ready → shipped · Invoice: draft → posted → paid · Payment: draft → posted

โมดูลขาย
ตัวอย่าง: เอกสารขาย
เมนู Sales
ตัวอย่าง: เมนู Sales ด้านบน

4. การสร้างใบสั่งซื้อ (และเอกสารจัดซื้อต่อเนื่อง)

หลักการเดียวกับฝั่งขาย: ข้อมูลพื้นฐานก่อน แล้วค่อยเอกสาร สินค้าต้องมีก่อนสั่งซื้อและรับของ

เริ่มที่นี่ (สิ่งที่ต้องมีก่อน)

  1. สต็อก → Items — สร้างสินค้าที่จะซื้อ (ใช้ชุดเดียวกับฝั่งขายถ้าขายต่อ)
  2. สต็อก → Warehouses — รู้ว่าจะรับของเข้าคลังไหน (มี คลังหลัก ให้แล้ว)
  3. จัดซื้อ → Vendors — สร้างผู้ขาย/ซัพพลายเออร์
  4. ขั้นตอนต้นน้ำ (ไม่บังคับ): Purchase Requisitions และ/หรือ RFQ แล้ว convert เป็น PO

สายเอกสาร

  1. จัดซื้อ → Purchase Orders — สร้าง PO (ผู้ขาย วันที่ เงินสด/เครดิต รายการ) หรือ convert จาก PR/RFQ
  2. Submit → Approve (ผู้จัดการ) PO จะไปสถานะอนุมัติ
  3. จัดซื้อ → Goods Receipts — รับของตาม PO เข้าคลัง แล้ว Approve เพื่อเพิ่มสต็อก
  4. จัดซื้อ → Purchase Invoices (AP) — สร้างจาก GR และ/หรือ PO แล้ว Post
  5. จัดซื้อ → AP Payments — บันทึกจ่าย (เงินสด / โอน / เช็ค / บัตร; มัดจำหรือยอดคงเหลือตามจริง)
  6. ทางเลือก: Vendor Credit Notes; รายงาน เช่น PO/GR/PI Report และ AP Aging

ลำดับสถานะโดยทั่วไป

PO: draft → pending approval → approved → received/billed · GR: pending → approved · Purchase Invoice: draft → posted → paid

เมนูจัดซื้อ
ตัวอย่าง: เมนูจัดซื้อด้านบน

5. สร้าง Username และสิทธิ์ผู้ใช้

แอดมินตอนสมัครเป็น Super Admin เพิ่มบัญชีพนักงานแล้วกำหนดบทบาท ให้เห็นเฉพาะที่จำเป็น

สร้างผู้ใช้

  1. Admin → Users — สร้าง: ชื่อ อีเมล รหัสผ่าน (หรือส่ง invite)
  2. เลือกอย่างน้อย 1 บทบาท แล้วบันทึก ภายหลังสามารถ invite บังคับรีเซ็ตรหัส ปิดใช้งาน หรือตัด session ได้

บทบาท (สิทธิ์)

Admin → จัดการบทบาท — แก้ไขบทบาทแล้วติ๊กสิทธิ์ (ดู/สร้าง/แก้ไข/ลบ/post ต่อโมดูล)

  • Super Admin — เข้าถึงทั้งบริษัท (เจ้าของตอนสมัคร)
  • Admin — ตั้งค่า ผู้ใช้ สต็อก HR และเครื่องมือแอดมินหลายส่วน
  • Accountant — สมุดรายวัน ใบแจ้งหนี้ ลูกค้า รับชำระ ธนาคาร รายงาน
  • Manager — ส่วนใหญ่ดูข้อมูล + อนุมัติ (เช่น ค่าใช้จ่าย ลา)
  • User — ดูข้อมูลจำกัด / ใช้งานแบบ self-service

เคล็ดลับ: จัดบทบาทก่อน แล้วค่อยเพิ่มผู้ใช้ — ง่ายกว่าแก้สิทธิ์ทีละคน

เมนู Admin
ตัวอย่าง: เมนู Admin ด้านบน
เมนูบัญชีผู้ใช้
ตัวอย่าง: เมนูบัญชีผู้ใช้ (โปรไฟล์ ตั้งค่า ออกจากระบบ)

6. ส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อขายและจัดซื้อใช้งานได้แล้ว ค่อยขยายไปสต็อก บัญชี ธนาคาร และ HR

สต็อก (Inventory)

  • ข้อมูลหลัก: Items, Categories, Units, Warehouses
  • งานประจำวัน: รับเข้า เบิก โอน ปรับ Physical Count และ Transactions
  • รายงาน: Stock on Hand, Stock Card, Valuation, Reorder, Expiry Alert
เมนูสต็อก
ตัวอย่าง: เมนูสต็อกด้านบน

บัญชี (Accounting)

  • ผังบัญชี สมุดรายวัน (draft → post → reverse) งบประมาณ ค่าใช้จ่าย ทะเบียนสินทรัพย์ถาวร
  • บัญชีธนาคาร + กระทบยอด — นำเข้า statement จับคู่ ปิดยอด
  • รายงาน: Trial Balance, Balance Sheet, Income Statement, Cash Flow, Budget vs Actual
เมนูบัญชี
ตัวอย่าง: เมนูบัญชีด้านบน

บุคคล/เงินเดือน

  • บุคคล: Employees, Attendance, Leave Requests
  • เงินเดือน: Payroll Runs, Payslips, Adjustments; รายงานภาษี / ประกันสังคม
  • ตั้งค่า: Payroll Cycles, Leave Types/Balances, Company Holidays
  • ผูก user กับ employee ถ้าต้องการใช้ My HR แบบ self-service
เมนูบุคคล/เงินเดือน
ตัวอย่าง: เมนู HR และเงินเดือนด้านบน

Admin และการตรวจสอบ

  • แผนก ตำแหน่ง ตั้งค่าบริษัท Subscription & Export งวดบัญชี
  • บทบาท ผู้ใช้ บันทึกการตรวจสอบ สำหรับกิจกรรมในระบบ

ลำดับแนะนำสัปดาห์แรก

  1. สมัคร → ตั้งค่าบริษัท + งวดบัญชี
  2. สินค้า + สต็อกยกมา; ลูกค้า; ผู้ขาย
  3. ลองขายครบวงจร 1 รอบ และจัดซื้อครบวงจร 1 รอบ
  4. เพิ่ม Users บทบาท Accountant / Manager
  5. จากนั้นสมุดรายวัน กระทบยอดธนาคาร และ HR ตามต้องการ
  6. ถ้าขายอาหาร/เครื่องดื่มหน้าร้าน ให้ตั้ง Cash Menu แล้วลอง Cash Sales (หัวข้อ 7)

7. การขายเงินสด (อาหาร / กาแฟ)

ใช้ Cash Sales สำหรับขายหน้าร้านเร็ว ๆ เช่น อาหารตามสั่ง กาแฟ เครื่องดื่ม ของว่าง เป็นหน้าจอแบบ POS: กดเมนูใส่ตะกร้าแล้วบันทึกขายทันที ไม่ต้องผ่านใบเสนอราคา → ใบสั่งขาย → ส่งของ

เมื่อไหร่ควรใช้ขายเงินสด

  • ร้านอาหาร / คาเฟ่: อาหารตามสั่ง, กาแฟ, เครื่องดื่ม, ของว่าง
  • เคาน์เตอร์ร้านค้า หรือบริการที่รับเงินทันที
  • ไม่เหมาะกับขายเชื่อหรือส่งของหลายขั้นแบบ B2B — ให้ใช้สายใบเสนอราคา (หัวข้อ 3) แทน

เริ่มที่นี่ (ตั้งเมนูขาย)

  1. ตรวจตั้งค่าบริษัท (จด VAT หรือไม่ และราคารวม VAT หรือไม่) — Cash Sales ใช้ตามค่านี้
  2. Sales → Cash Sales → Cash Menu Setup (หรือเปิดจากหน้า Cash Sales)
  3. สร้างหมวดก่อน เช่น อาหาร เครื่องดื่ม กาแฟ ของว่าง ใช้ลำดับแสดงผลให้หมวดสำคัญขึ้นก่อน
  4. เพิ่มรายการเมนูในแต่ละหมวด: ชื่อ ราคา ไอคอน (กาแฟ / อาหาร / เครื่องดื่ม / …) และลำดับแสดงผล
  5. ผูกสต็อก (ไม่บังคับ): ผูกเมนูกับ Stock → Item เฉพาะเมื่อต้องการตัดสต็อกตอนขาย (เช่น น้ำขวด) เว้นว่างได้สำหรับอาหารตามสั่งหรือกาแฟที่ไม่นับทีละแก้ว

ขายที่เคาน์เตอร์

  1. Sales → Cash Sales — เลือกหมวด กดเมนูใส่ตะกร้า ปรับจำนวนได้
  2. ตรวจยอดรวม (VAT ตามตั้งค่าบริษัท) แล้วบันทึก / ยืนยันการขาย
  3. ทำซ้ำลูกค้าถัดไป ยกเลิก (Void) ได้เมื่อมีสิทธิ์และต้องการยกเลิกรายการนั้นจริง ๆ

รายงาน

  • Sales → Daily Cash Sales — สรุปรายวัน
  • Sales → Monthly Cash Sales — สรุปรายเดือน

เคล็ดลับสำหรับร้านอาหาร / กาแฟ

  • ตั้งชื่อเมนูสั้น ชัด บนปุ่ม POS (เช่น กาแฟร้อน, ข้าวผัดไก่)
  • จัดหมวดตามที่พนักงานขายจริง เช่น เครื่องดื่ม / อาหาร ไม่ต้องจัดตามบัญชี
  • ตัดสต็อกเฉพาะของที่สำคัญ (ขวด ของแพ็ก) ไม่ต้องผูกสต็อกกับอาหารทำสด
  • ให้แคชเชียร์มีสิทธิ์ cash_sale; ผู้จัดการควรมีสิทธิ์ดูรายงาน Daily/Monthly

แดชบอร์ดและเมนู

หลังเข้าสู่ระบบ แดชบอร์ดแสดง KPI แนวโน้มการเงิน และทางลัด ใช้เมนูด้านบนเข้าแต่ละโมดูล

บอร์ดสรุป
ตัวอย่าง: แดชบอร์ดหลังเข้าสู่ระบบ
แนวโน้มการเงิน
ตัวอย่าง: กราฟแนวโน้มการเงิน
การ์ดสรุปขายและบัญชี
ตัวอย่าง: การ์ดสรุปขายและบัญชี
ขายและจัดซื้อ
ตัวอย่าง: ภาพรวมขายและจัดซื้อ
HR และการนำทางตามแผนก
ตัวอย่าง: HR/เงินเดือนและการเข้าโมดูล
โมดูลและกิจกรรมล่าสุด
ตัวอย่าง: สต็อก แอดมิน และกิจกรรมล่าสุด

เคล็ดลับ

  • URL แบบ company.ceosofts.com ต้องมี wildcard DNS จากโฮสต์ — ระหว่างรอ ให้ใช้ www.ceosofts.com/login
  • โดเมนตัวเองต้องยืนยัน TXT + CNAME — ข้ามได้แล้วไปทำทีหลังที่ Settings → Subscription
  • บน production ให้เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีเริ่มต้น/แพลตฟอร์มทันที
  • ต้องการความช่วยเหลือ? เปิดหน้าติดต่อสำหรับอีเมลและเบอร์โทร หรือใช้ลิงก์ท้ายหน้า

ภาพหน้าจอเพิ่มเติม (pricing, register, เอกสารขาย) จะโชว์เมื่อใส่ไฟล์ใน public/images/guides/