ร้านกาแฟควรใช้ระบบอะไรบ้างเพื่อคุมยอดขายและสต็อก
ร้านกาแฟควรมีระบบขายเงินสด สต็อกวัตถุดิบ รายงานยอดขาย และบัญชี เพื่อช่วยลดงานซ้ำและเห็นกำไรชัดขึ้น
ระบบที่ร้านกาแฟควรมีเพื่อคุมยอดขายและสต็อก
ร้านกาแฟมักงานแน่นทุกวัน ตั้งแต่เปิดเครื่อง POS รับออเดอร์ จัดการสต็อกแก้ว เมล็ดกาแฟ และวัตถุดิบ ไปจนถึงปิดรอบเงินสดตอนเย็น ถ้ายังจดขายในสมุดหรือ Excel แยกหลายไฟล์ ยอดขายกับของในคลังมักไม่ตรงกัน และเจ้าของร้านจะรู้ช้าว่าวันไหนขาดทุนหรือกำไร
ระบบที่ดีสำหรับร้านกาแฟไม่จำเป็นต้องซับซ้อนตั้งแต่วันแรก แต่ควรครอบคลุมงานที่ทำทุกวันได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ร้านกาแฟควรมีในระบบ
1. ขายเงินสด / POS ที่ยิงบาร์โค้ดได้
การขายหน้าร้านควรบันทึกได้เร็ว รองรับการสแกนบาร์โค้ดหรือกดเมนู และคิดเงินทอนได้ชัดเจน เมื่อปิดรอบจะได้ยอดขายจริง ไม่ต้องเดาจากเงินในลิ้นชักอย่างเดียว
2. สต็อกวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
เมล็ดกาแฟ นม ไซรัป แก้ว ฝา และของที่ขายเป็นแพ็ค ควรมียอดคงเหลือในระบบ เมื่อขายควรตัดสต็อกอัตโนมัติ และเมื่อรับของเข้าต้องบันทึกจำนวนให้ตรง เพื่อลดปัญหาของหมดกะทันหัน
3. รายงานยอดขายรายวัน / รายเมนู
รายงานช่วยให้เห็นว่าเมนูไหนขายดี ช่วงเวลาไหนคนแน่น และวันไหนยอดตก ใช้วางแผนสั่งของและจัดเวรพนักงานได้แม่นกว่าการจำจากความรู้สึก
4. บัญชีและเอกสารพื้นฐาน
แม้ร้านกาแฟส่วนใหญ่ขายเงินสด ก็ยังควรเก็บยอดรับจ่าย ต้นทุน และเอกสารที่ใช้ยื่นภาษีหรือคุยกับบัญชีได้ง่าย เมื่อข้อมูลขายกับสต็อกเชื่อมกัน การดูต้นทุนและกำไรจะชัดขึ้น
ปัญหาที่ร้านกาแฟเจอบ่อยเมื่อไม่มีระบบ
- ของหมดตอนเร่งแต่ไม่รู้ว่าเหลือกี่ชิ้น
- ยอดขายจากพนักงานแต่ละกะไม่ตรงกับเงินสด
- สั่งของซ้ำเพราะไม่รู้สต็อกจริง
- ไม่รู้ต้นทุนเครื่องดื่มโดยประมาณ
- ปิดร้านแล้วยังมานั่งรวมตัวเลขหลายชั่วโมง
CEOsofts ERP ช่วยร้านกาแฟอย่างไร
CEOsofts ERP รวมงานขายเงินสด สต็อก และบัญชีไว้ในระบบเดียว เหมาะกับร้านกาแฟ SME ที่อยากเริ่มจากงานหน้าร้านก่อน แล้วค่อยขยายไปจัดซื้อและรายงานเมื่อร้านโตขึ้น
ถ้าคุณอยากลดงานซ้ำตอนปิดร้าน และอยากเห็นยอดขายกับสต็อกในที่เดียว ลองเริ่มจากระบบที่รองรับการขายเงินสดและการตัดสต็อกแบบเชื่อมกันจะช่วยได้มาก